Places to go with your family in Phuket 2022 - Ticket2Attraction

ที่เที่ยวภูเก็ตฉบับครอบครัว 2565

จังหวัดภูเก็ตหรือชื่อเก่า ภูเก็จ เป็นเกาะที่เป็นที่รู้กันดีว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและเป็นจังหวัดเดียวที่มีสภาพเป็นเกาะที่ตั้งอยู่ในทะเลอันดามัน ทำให้ภูเก็ตมีภูมิอากาศแบบฝนเมืองร้อน ที่มีลมพัดผ่านตลอดเวลา โดยฤดูฝนจะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนพฤศจิกายนและฤดูร้อนนั้นจะเริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงเดือนเมษายน ซึ่งเป็นฤดูที่เหมาะกับการเที่ยวภูเก็ต น้ำใส ทะเลสวย และ ไม่มีฝน  

ภูเก็ตมีพื้นที่ทั้งหมด 543 ตารางกิโลเมตร เรียกว่าหากจะเที่ยวรอบเกาะนั้น จำเป็นต้องมีเวลามากกว่า 1 วันอย่างแน่นอนเพราะขนาดที่ใหญ่ของเกาะนั่นเอง 

ภูเก็ตนั้นเป็นสถานที่ที่เป็นที่นิยมมากในหมู่นักท่องเที่ยวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะมีความสวยงามทั้งทางธรรมชาติและทางศิลปวัฒนธรรม เกาะภูเก็ตจึงเป็นสถานที่ยอดฮิตสำหรับหลายๆคนที่มาเยือนในช่วงวันหยุดยาว ยความหลากหลายของสถานที่ท่องเที่ยวในภูเก็ตมีทั้งทะเล ชายหาด ร้านอาหาร วัดวาอาราม รวมทั้งสวนน้ำต่างๆที่ทันสมัยและปลอดภัย ดังนั้นภูเก็ตจึงเป็นสถานที่ที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับคนทุกเพศ ทุกวัย  ไม่ว่าจะเที่ยวคนเดียว แก๊งค์เพื่อนหรือเที่ยวแบบสบายๆกันเป็นครอบครัวก็ไม่มีปัญหา 

สำหรับผู้ที่อยากใช้เวลาว่างหรือใช้วันหยุดยาวไปเที่ยวกับครอบครัว บอกเลยว่าภูเก็ตเป็นอีกตัวเลือกที่ต้องมีในลิสต์ เพราะภูเก็ตนั้นไม่ได้มีแค่ความสวยงามของเกาะต่างๆเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีสถานที่อื่นๆให้เราไปเยือนไปเยี่ยมชมกันอีกด้วย การันตีได้เลยว่าถูกใจทั้งคุณพ่อคุณแม่และเหล่าลูกๆแน่นอน ถ้าพร้อมกันแล้วเราไปดูกันเลยดีกว่ามีที่ไหนบ้างที่ควรพาครอบครัวไปเที่ยวกันในวันหยุด รับรองว่าเด็ดและสนุกม่แพ้ที่อื่นแน่นอน

 

รวมสวนน้ำที่ต้องไม่พลาดทั่วภูเก็ต

 

มาภูเก็ตที่ก็ต้องมุงหน้าไปทะเลใช่ไหม แต่บางทีสภาพอากาศนั้นก็ยากที่จะเดาได้ ดังนั้นเราต้องมีแผนสำรองที่ได้อารมณ์เหมือนเที่ยวทะเลไม่แพ้กัน นั้นคือเที่ยวสวนน้ำนั้นเอง แต่ในภูเก็ตก็มีสวนน้ำให้เลือกหลายแห่ง เราได้คัดสรรเหลือ 3 แห่งที่แนะนำและสามารถเที่ยวได้ไม่ว่าคุณจะอยู่ส่วนไหนของเกาะ ไปดูรายละเอียดกันเลย

สวนน้ำ เหมาะสำหรับ ราคาบัตร
อันดามันดา (Andamanda) ครอบครัว ผู้ใหญ่ 850 บาท เด็ก 550 บาท
สแปลชจังเกิ้ล (Splash Jungle) ครอบครัว ผู้ใหญ่ 750 บาท เด็ก 500 บาท
บลูทรี ภูเก็ต ฺ(Blue Tree Phuket) วัยรุ่น ผู้ใหญ่ 500 บาท เด็ก 250 บาท

 

1. สวนน้ำอันดามันดา

สวนน้ำเปิดใหม่ล่าสุดในประเทศและเป็นแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ของภูเก็ต ด้วยเครื่องเล่นมาตรฐานระดับโลก และจุดถ่ายรูปเช็คอินกว่า 20 จุด ภายในตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมแบบสไตล์ชิโนโปรตุกีสของภูเก็ตมาผสมผสานกับเอกลักษณ์ความเป็นไทย สื่อถึงความเป็นภูเก็ตและทะเลอันดามันได้อย่างลงตัว

ไฮไลท์

  • เป็นสวนน้ำที่ตกแต่งมีธีมชัดเจน ประกอบกับเครื่องเล่นที่มีสีสันสดใสไม่แพ้สวนน้ำต่างประเทศ
  • เครื่องเล่น Flow Rider ที่เล่นได้ฟรีไม่อั้น

ความพิเศษที่แตกต่างจากสวนน้ำแห่งอื่น

  • ที่ตั้งสวนน้ำใกล้สำหรับคนที่เดินทางมาจากตัวเมืองภูเก็ต หาดป่าตอง หาดกะตะ หาดกะรน อ่าวฉลอง แหลมพันวา
  • เครื่องเล่นมีมากกว่า 19 ชนิด 37 สไลด์

 

2. สวนน้ำสแปลชจังเกิ้ล

สวนน้ำระดับเวิลด์คลาสแห่งแรกในภูเก็ตที่มีเครื่องเล่นสไลด์เดอร์แบบมาตรฐานหลากหลายชนิด เช่น เครื่องเล่นซุปเปอร์โบลวและบูมเมอแรงโกที่จะพาพวกเรานั้นรู้สึกเหมือนอะดรีนาลีนในร่างกายมันเพิ่มขึ้นพุ่งพรวดกันแน่นอน พักเหนื่อยกันด้วยการไปหาของกิน มีอาหารมากมายพร้อมให้พวกเราไปเลือกซื้อกัน เช่น เบอร์เกอร์ ไก่ทอด ป๊อบคอร์น น้ำอัดลมหรือน้ำปั่นก็มีนะ เรียกว่าครบวงจรสุดๆ เหนื่อยก็พัก แรงมาก็ไปสนุกกันต่อแบบยาวๆเลย บอกเลยว่าสนุกกันจนตัวเปื่อยหายร้อนแน่ๆ ด้วยทำเลที่ตั้งของสวนน้ำที่ห่างจากสนามบินนานาชาติภูเก็ตเพียง 15 นาที ทำให้สามารถมองเห็นเครื่องบินผ่านหัวเราไปได้ในขณะที่เล่นเครื่องเล่นกันอยู่ด้วย เรียกว่าได้บรรยากาศแบบใหม่ไปด้วยในตัว

ไฮไลท์

  • เครื่องเล่นสไลด์เดอร์ต่างๆที่เหมาะสำหรับครอบครัว สามารถเล่นได้ทุกเพศทุกวัย

ความพิเศษที่แตกต่างจากสวนน้ำแห่งอื่น

  • เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก เพราะเป็นสวนน้ำที่พื้นที่ไม่ใหญ่มาก และนักท่องเที่ยวไม่ค่อยหนาแน่น
  • ที่ตั้งสวนน้ำใกล้สำหรับคนที่เดินทางมาจากสนามบินภูเก็ต หาดไม้ขาว หาดในยาง

 

3. สวนน้ำบลูทรีภูเก็ต

สวนน้ำสำหรับวัยรุ่นที่ชื่นชอบความท้าทาย เพราะมีเครื่องเล่นที่จะกระตุ้นอะดรีนาลีนให้พุ่งแบบสุดขีด ด้วยเครื่องเล่นสุดแปลกแหวกแนวอย่างสไลด์เดอร์ที่จะพาคุณพุ่งลอยไปบนกลางอากาศ ก่อนลงสู่สระน้ำทะเลเทียมขนาดใหญ่ หรือปีนหน้าผาจำลองที่ตั้งอยู่กลางน้ำ หรือเล่นซิปไลน์บินเหนือน้ำเอาให้เสียวกันไปข้างนึงเลย

ไฮไลท์

  • สไลด์เดอร์ยักษ์ที่จะพาคุณลอยกลางอากาศก่อนดิ่งลงสู่ทะเลเทียมอันกว้างใหญ่
  • ทะเลเทียมขนาดยักษ์ที่สายถ่ายรูปต้องไม่พลาด

ความพิเศษที่แตกต่างจากสวนน้ำแห่งอื่น

  • เหมาะสำหรับวัยรุ่น มีกิจกรรมให้ทำหลากหลายที่ต้องอาศัยร่างกายที่แข็งแรง เช่น ปีนผา โหนสลิง
  • ที่ตั้งสวนน้ำใกล้สำหรับคนที่เดินทางมาจากลากูน่า หาดกมลา หาดสุรินทร์ ถลาง

 

 

สถานที่อื่นๆในภูเก็ตที่ต้องไม่พลาด

  1. ย่านเมืองเก่าภูเก็ต (Phuket Old Town) 

ย่านเมืองเก่าภูเก็ต

               เริ่มกันที่ย่านเมืองเก่าภูเก็ตที่เป็นจุดที่ทุกคนต้องไปเมื่อมาถึงภูเก็ต เพราะที่นี่นั้นเป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตของเหล่าฮิปสเตอร์หรือคนที่ชื่นชมศิลปวัฒนธรรมชิโน-โปรตุกีส ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมท้องถิ่นที่สวยงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สามารถเดินชมอาคารบ้านเรือนที่มีการผสมผสานของหลากหลายเชื้อชาติจนกลายมาเป็นแบบเฉพาะตัว เนื่องจากในอดีตนั้นภูเก็ต ถือว่าเป็นเมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์ของเหมืองดีบุกและบริเวณย่านเมืองเก่านี้จะเป็นศูนย์กลางของการรวมตัวของเหล่าผู้คนที่ขึ้นเกาะภูเก็ตเพื่อทำการค้าขายระหว่างกัน เส้นทางการเดินในย่านเมืองเก่านี่ไม่ได้ไกลและยาวมากนัก โดยที่เริ่มจากถนนถลาง ถนนเยาวราช ถนนดีบุก ถนนพังงาและถนนเทพกระษัตรี โดยระยะเวลาในการเดินถ่ายรูปนั้นเพียงแค่ 1 ชั่วโมงนิดๆก็เก็บจุดสวยๆได้ครบแล้ว เดินสบายใจสบายตาแน่นอน! ถ่ายรูปก็จะออกมาสวยงามเหมือนหลงเข้าไปอยู่ในอีกที่นึงแน่ๆ นอกจากจะเต็มไปด้วยกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่แล้วนั้น ยังมีมุมถ่ายรูปสำหรับคนที่ชื่นชอบภาพวาดแนว Street Art และที่เป็นจุดยอดฮิตคือการไปถ่ายรูปกับน้องมาร์ดีในชุดกระดองเต่าแดงที่ถนนถลางนั่นเอง โดยภาพวาด Street Art เหล่านี้เป็นการสร้างสรรค์ผลงานของ Alex Face หรือคุณพัชรพล แตงรื่น ผู้ที่เป็นที่รู้จักกันในแวดวงศิลปะในนามของ คุณพ่อของน้องมาร์ดี หลังจากแวะชมแวะถ่ายรูปกันแล้ว หลายคนอาจจะเริ่มหมดพลังงาน ท้องเริ่มร้องประท้วงโครกคราก แต่ไม่ต้องกังวลใจไปเลยเพราะย่านเมืองเก่านั้นเต็มไปด้วยร้านของกินเยอะแยะทั้งไทยทั้งเทศ เรียกว่าหลังจากแวะชมแล้วก็ยังสามารถแวะกินได้ทันที ร้านอาหารขึ้นชื่อในย่านเมืองเก่าภูเก็ตนั้น ถ้าเป็นร้านของคาวก็คงหนีไม่พ้นร้าน คุณจี๊ดยอดผัก ที่เรียกว่าเดินมาตรงถนนพังงาไม่ไกลก็จะเจอแล้ว ไม่ต้องกลัวว่าจะหลงทางเลยเพราะถ้าเลยโรงแรม Memory Of On On มาแล้ว ก็จะเห็นร้านทันที เมนูแนะนำก็คือราดหน้ายอดผักที่แสนจะอร่อย หมูนุ่มๆกับน้ำราดหน้าที่มีรสชาติกลมกล่อม เรียกว่าราคาย่อมเยาว์แต่ความอร่อยของอาหารคือเต็มสิบไม่หักกันเลย หรือจะเป็นร้านอรุณโภชนาก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งสำหรับโรตีเลิฟเวอร์ เพราะเมนูยอดฮิตอย่างโรตีหรือมะตะบะนั่นก็ถือว่าถ้ามาภูเก็ตแล้วไม่ได้ลองก็นับว่าเสียเที่ยวเช่นดียวกัน ซึ่งความบางและกรอบของโรตีร้านนี้นั่นเวลากินกับชาร้อน รับรองว่าฟินแน่อน จบเมนูของคาวแล้วก็ต้องต่อด้วยเมนูของหวานเพื่อล้างปาก คาเฟ่ที่เป็นจุดแวะชิมของคนที่มาที่นี่ก็คือร้าน หนัง (สือ) 2521 ร้านกาแฟและขนมที่เปิดให้บริการมานาน เอกลักษณ์ของร้านนี้นอกจากกาแฟเมนูแนะนำอย่าง Bookhemian Iced Coffee หรือ น้ำเสารสโซดาที่มีราสเบอร์รี่อยู่ก้นแก้ว (Raspberry with Passion Fruit) แล้วนั้นยังมีขนมไว้กินกับเครื่องดื่มอีกด้วย บอกเลยว่าที่เด็ดอีกอย่างคือบรรยากาศของความวินเทจของร้านที่ตกแต่งและเต็มไปด้วยหนังสือหายากและนอกจากนี้ยังมีห้องที่เอาไว้เปิดหนังเก่าๆอีกด้วย ใครเล่าจะรู้...คุณพ่อคุณแม่ที่ท่านพาไปร้านนี้อาจจะเจอหนังสือที่ตามหามานานแต่ไม่เจอสักทีที่นี่ก็ได้ 

📌จุดปักหมุด  

  • ถ่ายรูปสวยๆที่ซอยรมณีย์ ถนนถลาง, ถนนพังงา, ถนนดีบุก, ถนนเยาวราชและถนนเทพกระษัตรี 
  • อิ่มอร่อยกับราดหน้ายอดผักที่ร้านคุณจี๊ด 
  • โรตีต้นตำรับของความอร่อยที่ร้านอรุณโภชนา 
  • กาแฟรสชาติถูกปากที่ร้านหนัง (สือ) 2521 

🔺รู้ก่อนไป 

ร้านคุณจี๊ดราดหน้ายอดผัก  

  • เวลาเปิดปิด : เปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันพุธ ตั้งแต่เวลา 9.30 น. เป็นต้นไป 
  • ราคาเริ่มต้นที่ 45 บาท 
  • ดูแผนที่ร้าน  คลิก

ร้านอรุณโภชนา 

  • เวลาเปิดปิด : เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 6.30  17.00 น.  
  • ราคาเริ่มต้นที่ 35 บาท 
  • ดูแผนที่ร้าน คลิก

ร้านหนัง (สือ) 2521 

  • เวลาเปิดปิด : เปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันพุธ ตั้งแต่ 8.00  19.00 น.  
  • ราคาเริ่มต้นที่ 70 บาท 
  • ดูแผนที่ร้าน คลิก

 

 

  1. อควาเรีย ภูเก็ต (Phuket Aquaria) 

อควาเรีย ภูเก็ต

               หลังจากเอาใจเหล่าคุณพ่อคุณแม่มาแล้วกับย่านเมืองเก่า ก็ถึงเวลาของลูกๆบ้าง อย่าเพิ่งคิดว่าภูเก็ตนั้นมีดีเพียงแค่ทะเล เพราะภูเก็ตนั้นยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย ซึ่งตัวของภูเก็ตอควาเรียนั้นได้เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2019 เรียกว่าเป็นที่ฮือฮากันเลยทีเดียวเนื่องจากขนาดของอควาเรียมที่ใหญ่สุดๆและมีเหล่าสัตว์น้ำทั้งน้ำจืดน้ำเค็มมากกว่า 300 สายพันธุ์ จำนวนกว่า 51000 ตัวที่จะมาแหวกว่ายอวดโฉมให้เหล่าผู้ชมดูกันตลอดไม่มีเบื่อ โดยพื้นที่ของอควาเรียมจะแบ่งออกเป็น 9 โซนแสดง ได้แก่

  • โซนป่าลึกลับ (Mystic Forest) ที่ได้รับแรงบันดาลใจในตกแต่งตัวโดมมาจากป่าหิมพานต์พร้อมเพลิดเพลินไปกับความน่ารักของเหล่าปลาน้ำจืดสายพันธุ์ต่างๆใต้น้ำ 
  • โซนทางเดินยอดไม้ (Canopy Walk)  ขึ้นมาเดินชมฝูงปลาน้ำจืดขนาดใหญ่อย่างปลาช่อนยักษ์อะเมซอน ซึ่งจะเดินชมจากมุมบนตรงทางเดินจากตัวนอกอาคาร  
  • ซนอัญมณีแห่งป่า (Jewels of the jungles) พบกับความหลากหลายของเหล่าสัตว์เลื้อยคลานและแมลงต่างๆ ที่ยอดฮิตและต้องไปดูคือ แมงมุมทารันทูล่า (Talantulas) นั่นเอง  
  • โซนถ้ำแห่งสายธาร (River caves) ชมความน่ารักของน้องนากเล็กเล็บสั้นที่จะมากระชากหัวใจเหล่าผู้ไปเยือนไปโดยไม่รู้ตัว  
  • โซนสววรค์แห่งท้องทะเล (Coastal Haven) จะเป็นการจัดจองลองโซนทะเลใกล้ชายฝั่ง โดยจะมีฝูงของฉลามและรวมทั้งน้องเพนกวินที่กำลังรอการไปเยือนของพวกเรารออยู่ 
  • โซนอ่าวปลากระเบน (Stingray Bay) เป็นโซนของการจำลองระบบนิเวศปะการัง จะพบกับพระเอกของเราอย่างปลากระเบนจมูกวัว (Cownose Rays) ที่มีลักษณะคล้ายกับปลากระเบนนกแต่จะต้องการคุณภาพน้ำที่ดีกว่าในการอยู่อาศัย ซึ่งจัดว่าสายพันธุ์ที่หาดูได้ยาก  
  • โซนเรือดำน้ำลาการ์โต (Largato) เป็นโซนที่จัดจำลองของเรือ USS Largato ที่เคยมที่บริเวณอ่าวไทย ใกล้ๆกับจังหวัดสงขลาของเรานั่นเอง จะเห็นปลาที่จะคอยผลุบๆโผล่ๆตามซอกหลืบของเรือออกมาว่ายน้ำทักทาย 
  • โซนทะเลจีนใต้ (South China Sea) หรือโซน big tank ที่จัดได้ว่าเป็นจุดสำคัญของอควาเรียม ที่จะจัดแสดงเป็นอุโมงค์ขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยปลากว่า 100000 ตัวจาก 500 สายพันธุ์ที่อาศัยอยู่ภายใต้มวลน้ำกว่า 3.5 ล้านลิตร เรียกว่าเดินเข้ามานี่เหมือนหลุดเข้าไปในโลกใต้มหาสมุทรกันเลยทีเดียว พระเอกอีกจุดนึงของเรานั่นคือ ฉลามเสือดาว (Zebra Shark) ที่มีอัตราการพบเจอค่อนข้างน้อย เนื่องจากจำนวนประชากรฉลามสายพันธุ์นี้น้อยนั่นเอง  
  • โซนสถานีวิจัยโลกใต้น้ำ (Station Aqurius) เป็นโซนที่จัดแสดงเหล่าแมงกะพรุนนานาชนิด รวมทั้งมีการให้ดูพัฒนาการองแมงกระพรุนตั้งแต่วัยแรกเกิดถึงตอนโตเลยนะ  

         หลังจากเต็มอิ่มไปกับทั้ง 9 โซนของอควาเรียแล้วก็จะเดินออกมาเจอพิพิธภัณฑ์ภาพ 3 มิติ (Trick Eye Museum) ที่เป็นพิพิธภัณฑ์ AR (โลกเสมือนจริง) ที่แรกของโลก! ก่อนเข้านั้นเพียงแค่กดดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น หลังจากนั้นก็สามารถไปสนุกกับการถ่ายรูปตามจุดต่างๆได้แล้ว รับรองว่าเด็กๆมีความสุขไปกับการเดินเที่ยวในโลกใต้มหาสมุทรที่เต็มไปด้วยสัตว์นานาสายพันธุ์และเต็มอิ่มไปกับการถ่ายรูปทั้งที่อควาเรียและพิพิธภัณฑ์ทริกอายส์อย่างแน่นอน เป็นอีกที่หนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกๆไปอีกที่หนึ่งเลย ไม่ควรพลาด! 

📌จุดปักหมุด  

  • แมงมุมทารันทูล่า 
  • เพนกวิน 
  • ฉลามเสือดาว 
  • ปลากระเบนจมูกวัว 
  • ถ่ายรูปสวยๆกับภาพเคลื่อนไหวที่พิพิธภัณฑ์ Trick Eyes 

🔺รู้ก่อนไป 
เวลาเปิดปิด : เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 11:00  19:00 น.  

 

 

3. โลมาโชว์ (Dolphin Show) 

โลมาโชว์ภูเก็ต

               ไหนใครยังเห็นโลมาไม่หนำใจบ้างยกมือ!!!  ถ้าอย่างนั้นโลมาโชว์ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่สามารถพาลูกๆของท่านไปดูได้ เพียงแค่ 30 นาทีจากท่าเรือฉลอง เตรียมตัวกันพร้อมแล้วก็ไปสนุกกับการแสดงของน้องโลมาและน้องแมวน้ำแสนรู้กันเลย ไม่ว่าจะเป็นการแสดงกระโดดสูง ว่ายน้ำลอดห่วง วาดภาพหรือกระโดดข้ามตัวครูผู้ฝึก เรียกว่าใครมาภูเก็ตแล้วยังไม่หนำใจกับความน่ารักของน้องโลมา มาที่นี่รับรองเลยว่าเต็มอิ่มกลับบ้านแน่นอน  

📌จุดปักหมุด 

  • ถ่ายรูปกับโลมา 
  • ถ่ายรูปกับแมวน้ำ 
  • ว่ายน้ำกับโลมา 

🔺รู้ก่อนไป 

เวลาเปิดปิด : เปิดให้บริการทุกวัน มี 2 รอบการแสดงคือ 11.00 น. และ 14.00 น. 

 

4. สักการะพระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี (พระใหญ่) 

พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี

               แวะสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่บูชานับถือขางชาวภูเก็ตกันหน่อย ใครที่มาภูเก็ตแล้วไม่แวะมาที่นี่บอกเลยว่าอาจจะพลาดอีก 1 สถานที่ที่นับว่าเป็นอีกจุดสักการะที่ชาวพุทธมักจะแวะเวียนกันมาและยังเป็นอีกจุดชมวิวแบบพาโนรามาที่คนนิยมมาถ่ายรูปกันอีกด้วย  พระใหญ่ของคนภูเก็ตนั้นมีชื่อเต็มว่า พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี แต่คนมักเรียกกันว่าพระใหญ่ ตัวองค์พระนั้นได้สร้างด้วยหินอ่อนขาวจำนวน 135 ตันในการก่อสร้าง โดยหินอ่อนนี้ได้นำมาจากประเทศพม่า นอกจากจะสักการะองค์พระแล้วนั้น เรายังสามารถเดินชมบรรยากาศจากบนเขานาคเกิด ที่หากมองตรงไปนั้นก็จะเห็นอ่าวฉลองทั้งหมด เรียกว่าสามารถถ่ายรูปแบบพาโนรามาได้เลย มาที่นี่ได้ทั้งบุญได้ทั้งรูปสวยๆกลับไปแน่นอน แอบกระซิบว่ามีจุดให้ขอพรด้วยนะว่ากันว่าศักดิ์สิทธิ์มากเลย นั่นคือหากเดินเข้ามาแล้ว ทางซ้ายและขวามือก่อนถึงบันไดทางขึ้นไปองค์พระใหญ่ จะมีฆ้องใหญ่อยู่ ว่ากันว่าหากใครขอพรตอนที่กำลังใช้มือลูบฆ้อง แล้วฆ้องเกิดเสียงก้องกังวาน พรที่ขอไปนั้นจะได้สมดั่งตั้งใจ ว่าแล้วก็ไม่เสียหายเลยใช่มั้ยล่ะถ้าจะลอง  

📌กิจกรรมปักหมุด 

  1. สักการะพระใหญ่
  2. ชมวิวพาโนรามา

🔺รู้ก่อนไป 

การแต่งกาย : ควรแต่งกายอย่างสุภาพ ควรหลักเลี่ยงการใส่เสื้อแขนกุดและกางเกงขาสั้น  
👉🏻บริเวณทางเข้าจะมีการแจกผ้าถุงและผ้าคลุมไหล่ กรณีแต่งกายไม่เหมาะสม 👈🏻
เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน เวลา 07.30  17.30 น. 

 

5. แหลมพรหมเทพ (Promthep Cape) 

แหลมพรหมเทพ

               หลังจากทำกิจกรรมทั้งดูสัตว์ ไหว้พระกันถ้วนหน้าแล้วก็ไปชิลๆกับบรรยากาศลมพัดเบาๆพร้อมเสียงคลื่นกระทบฝั่งกันดีกว่า กินลมชมวิวกันที่แหลมพรหมเทพโดยมีฉากหลังเป็นพระอาทิตย์ดวงใหญ่สีส้มอยู่เบื้องหลัง แหลมพรหมเทพนั้นห่างจากท่าเรือฉลองไปประมาณ 20-30 นาที แหลมพรหมเทพนั้นมีลักษณะเป็นแหลมโค้งที่ค่อยๆไล่ระดับลงไปสู่ทะเล เป็นแหลมที่อยู่ทางใต้สุดของภูเก็ตและเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่ทะเลที่จัดว่าสวยเป็นอันดับต้นๆของประเทศไทย ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้านั้น ท้องทะเลเบื้องหน้าจะเป็นสีส้มไล่เฉดสีกันลงไป เรียกว่าสมกับชื่อคำขวัญที่ว่า ไข่มุดอันดามัน จริงๆ การเดินทางไปนั้นสามารถขับรถไปจอดในที่จอดรถได้เลยเรียกว่าสะดวกสบายมากๆ เพียงแค่พกกล้องถ่ายรูปไปเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว 

📌จุดปักหมุด 

  1. ถ่ายรูปตอนพระอาทิตย์ตก
  2. แวะเข้าชมประภาคารกาญจนาภิเษก

🔺รู้ก่อนไป 
เวลาเปิดปิด : เปิดให้บริการทุกวัน ตลอดเวลา 

 

6. บ้านตีลังกา

บ้านตีลังกา

               คุณพ่อคุณแม่หรือลูกๆใครเป็นสายถ่ายรูปลงโซเชียล บอกเลยว่าบ้านตีลังกานั้นก็เป็นอีกจุดเช็คอินนึงที่ต้องไม่พลาด! สนุกไปกับการถ่ายรูปในสถานที่ที่สร้างบ้านเป็นแนวกลับหัวทั้งหลัง! สิ่งของทุกอย่างในบ้านตีลังกานั้นเมื่อถ่ายรูปออกมาจะกลับหัวทั้งหมด  ไม่ว่าจะเป็นมุมห้องน้ำ มุมห้องครัว มุมห้องทำงานหรือแม้กระทั่งโรงจอดรถยนต์เองก็เป็นแนวกลับหัวเช่นกัน ต่อไปมาหาทางออกกับสวนวงกตขนาดย่อมที่มีเนื้อที่ประมาณ 1000 ตารางเมตร ที่ออกแบบโดยนักออกแบบชาวอังกฤษ แต่ขอบอกเลยว่ากว่าจะหาทางออกจากสวนวงกตนี้ได้ก็ใช้เวลาใช่เล่นเลยนะ บอกเลยว่ามาภูเก็ตทั้งทีต้องมาสัมผัสสักครั้ง!  

 

7. หาดไม้ขาว

หาดไม้ขาว

               จุดถ่ายรูปยอดนิยมที่เป็นจุดแวะของหลายๆคนอีกจุดหนึ่ง นั่นก็คือ หาดไม้ขาว  

หาดทรายสีขาวตัดกับสีครามของน้ำทะเล ฉากหลังเป็นเครื่องบินที่กำลังแลนดิ้ง เรียกว่าหากไม่ใช่หาดไม้ขาวแล้วก็คงไม่มีที่อื่นอีกแล้วในประเทศไทยที่จะหาแบบนี้ได้ เนื่องจากระยะทางจากหาดไม้ขาวไปสนามบินภูเก็ต ห่างกันแค่ 14 กิโลเมตร (20นาที) ทำให้เวลาเครื่องบินทำการบินขึ้นหรือร่อนลงจะสามารถมองเห็นได้ในระยะใกล้ชิดจากตัวหาดไม้ขาว ที่นี่เป็นจุดถ่ายรูปของเหล่าผู้มาเยือน โดยจะมีเครื่งอบินลำใหญ่เป็นฉากข้างหลังนั่นเอง แนะนำว่าหากจะมาถ่ายรูปกับเครื่องบินที่นี่ต้องเช็คเวลาบินของเครื่องบินให้ดี ไม่เช่นนั้นอาจจะมาแล้วไม่เจอเครื่องบินก็ได้นะ นอกจากนี้หาดไม้ขาวยังเป็นอีกสถานที่วางไข่ของเต่ามะเฟืองในฤดูวางไข่อีกด้วย ทำให้หาดไม้ขาวนั้นเป็นสถานที่ที่พวกเราต้องช่วยกันอนุรักษ์เพื่อที่จะให้เป็นที่วางไข่ของเต่าทะเลกันต่อไปอีกนานๆ 

📌กิจกรรมปักหมุด 

  1. ถ่ายรูปกับเครื่องบิน
  2. ถ่ายรูปกับหาดทรายสีขาว

🔺รู้ก่อนไป 

เปิดบริการทุกวัน มีร้านขายของข้างทางและรถซาเล้งรับ-ส่งจากที่จอดรถไปจุดถ่ายรูป 20 บาท/คน 

📍ดูแผนที่ คลิก

 

8. เล่นโหนสลิงโรลเลอร์ซิปไลน์ ณ Hanuman World

Hanuman World 

             มาแวะเพิ่มความหวาดเสียวกันต่อที่ Hanuman World สถานที่เที่ยวแนวแอดเวนเจอร์อันโด่งดังใจกลางเมืองภูเก็ต Hanuman World ถือว่าเป็นอีก 1 ในสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของคนที่ชอบความสูงและความโลดโผน บอกเลยว่าที่นี่นั้นตอบโจทย์ความต้องการได้แน่นอนด้วยจำนวนฐานกิจกรรมมากสุดถึง 30 ฐานกิจกรรมด้วยระบบความปลอดภัยที่ได้รับการรับรองจากต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีสกายวอล์ค (Skywalk) ให้ลูกค้าสามารถเดินไปถ่ายรูปกับป่าอันแสนกว้างใหญ่ที่กำลังโอบล้อมพวกเราอยู่นั่นเอง มาที่นี่ทั้งนี้ย่อมพลาดไม่ได้ที่จะพูดถึงตัวโรลเลอร์ซิปไลน์ที่มีความยาวเกือบ 1 กิโลเมตรที่มีความคดเคี้ยวตลอดการโหนสลิง บอกเลยว่า 3 นาทีที่เล่นนั้นจะเต็มไปด้วยความตื่นเต้นแน่นอน พร้อมแล้วก็ไปเหินเวหากันเลย!

กิจกรรมปักหมุด

  1. เล่นโรลเลอร์ซิปไลน์ที่มีความยาวเกือบ 1 กิโลเมตร
  2. ถ่ายรูปสวยๆที่สกายวอล์ค

รู้ก่อนไป

เวลาเปิดปิด : เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00 – 17.00 น.
ควรแจ่งกายสะดวกสบายต่อการเดิน เนื่องจากอาจจะต้องมีการเดินไปยังฐานกิจกรรมต่างๆ

ตั๋วที่น่าสนใจ