Koh Chang & Koh Kood Travel Guide 2021 - Ticket2Attraction

Koh Chang & Koh Kood Attractions

                     หากใครกำลังมองหาทะเลที่เดินทางไม่ไกลจากกรุงเทพฯ บอกเลยว่า ‘ตราด’ เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่แนะนำเลยค่ะ อย่าเพิ่งคิดว่าทะเลที่นี่จะน้ำใสไม่เท่าทะเลฝั่งอันดามันอย่างภูเก็ตหรือกระบี่นะคะ ใครคิดแบบนี้นั๊นนนน....ผิดค่ะ! เพราะความสวยงามของทะเลฝั่งอ่าวไทยอย่างเกาะช้างหรือเกาะกูดนั้นก็มีความสวยงามไม่แพ้ทะเลใต้อย่างแน่นอนค่ะ ดังนั้นจึงเป็นตัวเลือกสำหรับหลาย ๆ คนที่ต้องการไปเที่ยวทะเลในวันหยุดแต่ไม่ต้องการเดินทางไกลหลาย ๆ ชั่วโมงค่ะ สามารถขับรถจากกรุงเทพไปได้ เรียกว่าไปเที่ยวทะเลในวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ก็ยังไปได้เลย สะดวกสุด ๆ เลยใช่มั้ยล่ะ....... จังหวัดตราดมีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังที่คนนิยมไปกันนั่นก็คือ เกาะช้าง และเกาะกูด เอาล่ะเรามาทำความรู้จักเกาะช้างกับเกาะกูดกันอีกสักนิดก่อนไปกันดีกว่า!

ข้อมูลท่องเที่ยว

1. ข้อมูลเกี่ยวกับเกาะช้างและเกาะกูด
2. การเดินทางไปเกาะช้าง
         2.1 เดินทางด้วยเครื่องบิน
         2.2 เดินทางด้วยรถบัส
         2.3 เดินทางด้วยรถส่วนตัว
         2.4 เดินทางด้วยบริษัทเรือเฟอร์รี่
3. จุดเช็คอินบนเกาะช้าง
         3.1 หาดทรายขาว
         3.2 ป่าชายเลนสลักเพชร
         3.3 หาดคลองพร้าว
         3.4 อนุสรณ์ยุทธนาวีเกาะช้าง
         3.5 หาดท่าน้ำ
         3.6 ประภาคารอ่าวบางเบ้า
         3.7 เล่นบอร์ดยืนกลางทะเล
4. สถานที่ท่องเที่ยวในเกาะกูด
         4.1 อ่าวคลองเจ้า
         4.2 อ่าวตะเภา
         4.3 อ่าวพร้าว

 

                    เกาะช้าง เป็นเกาะที่ตั้งบริเวณอ่าวไทยที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของไทยรองจากเกาะภูเก็ต เกาะช้างมีพื้นที่กว่า 268,125 ไร่ ประกอบด้วย 8 หมู่บ้าน นั่นคือ สลักเพชร สลักคอก เจ้กแบ้ บ้านด่านใหม่ คลองสน คลองพร้าว คลองนนทรี และบ้านบางเบ้า เนื่องจากเกาะช้างเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ ดังนั้นจึงมีระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตอย่างโรงพยาบาล สถานีตำรวจ รวมทั้งสถานที่ราชการอื่น ๆ อีกด้วย เรียกว่าใครมาเที่ยวเกาะช้างนั้นไม่ต้องกลัวเลยค่ะว่าจะรู้สึกไม่ปลอดภัย ส่วนเกาะกูดนั้นเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่รองลงมาจากเกาะช้างค่ะ ด้วยความสวยของหาดทรายและสีน้ำทะเลมรกตใสแจ๋วจนได้รับฉายาว่าเป็น ‘อันดามันแห่งทะเลตะวันออก’ เลยทีเดียว เกาะกูดนั้นเหมาะสำหรับคนที่ชอบบรรยากาศเที่ยวทะเลแบบเงียบ ๆ เพราะหากเทียบกับเกาะช้างแล้วนั้นเกาะกูดคนจะน้อยกว่าค่ะ แต่วิวและธรรมชาติรวมทั้งความสวยงามนั้นไม่แพ้เกาะช้างเลยค่ะ  เอาล่ะเตรียมตัวเตรียมใจพร้อมแพคกระเป๋าไปเที่ยวเกาะช้างกันรึยังคะ?! เราไปดูกันดีกว่าค่ะว่าเกาะช้างและเกาะกูดนั้นสามารถไปด้วยวิธีไหนได้บ้าง บอกเลยว่าสะดวกมากๆเลยค่ะ

 

เกาะช้างไปอย่างไร?

 

ไม่ยากอย่างที่คิด ยิ่งโดยเฉพาะใครที่อยู่ใกล้ ๆ กรุงเทพฯและนัดรวมตัวกันที่กรุงเทพฯนั้นสะดวกสบายมาก ๆ ค่ะ ท่าเรือหลัก ๆ ที่จะไปเกาะช้างนั้นจะมีอยู่ 2 ท่าเรือค่ะ นั่นก็คือ ท่าเรืออ่าวธรรมชาติ และท่าเรือเซ็นเตอร์พ้อยต์ ท่าเรืออ่าวธรรมชาตินั้นจะใช้เวลาประมาณ 30 นาทีก็จะถึงเกาะช้างค่ะ ส่วนท่าเรือเซ็นเตอร์พ้อยต์นั้นจะใช้เวลาประมาณ 40-50 นาที ส่วนท่าเรือไปเกาะกูดจะใช้ท่าเรือแหลมศอก ใช้เวลาล่องเรือ 1 ชม.

เอาล่ะ! เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่าไปเกาะช้างและเกาะกูด เราสามารถไปด้วยวิธีไหนกันได้บ้าง

✈️ เดินทางด้วยเครื่องบิน

วิธีนี้นั้นเหมาะที่สุดสำหรับคนที่ต้องการประหยัดเวลาหรือต้องการใช้เวลาในการเดินทางที่น้อยที่สุด เพราะจากตัวกรุงเทพฯนั้นมาจังหวัดตราดเพียงแค่ 1 ชั่วโมงค่ะ หลังจากนั้นก็สามารถนั่งรถโดยสารของชาวบ้านไปที่ท่าเรือเพื่อนั่งเรือเฟอร์รี่ต่อไปยังเกาะช้างหรือเกาะกูดได้ค่ะ

สายการบินที่มีเส้นทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯไปตราด ได้แก่
   - สายการบินบางกอกแอร์เวย์

🚌  เดินทางด้วยรถบัส

การเดินทางไปเกาะช้างนั้นสามารถนั่งรถบัส(บขส.)จากสถานีขนส่งเอกมัย หรือสถานีขนส่งหมอชิตไปเพียง 5 ชั่วโมงเท่านั้นเอง โดยจะมีการแวะให้เราได้หาของกินระหว่างทางด้วย หลังจากนั้นก็จะถึงตัวท่าเรือเพื่อขึ้นเรือเฟอร์รี่ข้ามไปยังเกาะช้างนั่นเอง เรียกว่าสะดวกสบายมากเลยใช่มั้ย การเลือกเดินทางด้วยรถบัสนั้นก็จะได้บรรยากาศไปอีกแบบหนึ่งค่ะ วิธีเดินทางด้วยรถบัสนั้นจะเหมาะสำหรับคนที่มีเวลาในวันหยุด ไม่ได้เร่งรีบค่ะ

🚗 เดินทางด้วยรถส่วนตัว

หากใครอยากเน้นความสะดวกสบายและเป็นส่วนตัว แนะนำเป็นการขับรถไปเองที่ท่าเรือค่ะ โดยเกาะช้างนั้นจะห่างกับกรุงเทพฯประมาณ 318 กิโลเมตร ระยะเวลาในการขับรถประมาณ 4.30 ชั่วโมง เรียกว่าไม่ไกลจากกรุงเทพฯเลยใช่มั้ยล่ะ หากใครขับรถมาเองจะสะดวกมาก ๆ เลยค่ะเพราะตอนเราถึงท่าเรืออ่าวธรรมชาติหรือท่าเรือเซ็นเตอร์พ้อยต์แล้วนั้น เราสามารถขับรถต่อคิวเพื่อรอขึ้นเรือเฟอร์รี่ได้เลยค่ะ เรียกว่าแทบจะไม่ต้องลงจากรถเลยล่ะค่ะ นอกจากนี้หากใครจะไปเกาะกูดก็สามารถขับรถไปยังท่าเรือแหลมศอก จากนั้นนั่งเรือเฟอร์รี่ต่อไปยังเกาะกูดเพียงแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้นเอง

🛳 เดินทางโดยรถจากบริษัทเฟอร์รี่

วิธีสุดท้ายที่เราสามารถไปเกาะช้างและเกาะกูดที่บอกเลยค่ะว่าง่ายและสะดวกม๊ากกกกก... นั่นก็คือเราซื้อตั๋วรถจากกรุงเทพฯและไปส่งตรงถึงโรงแรมที่เกาะช้างกันเลยค่ะ โดยวิธีนี้จะพิเศษกว่าวิธีอื่นตรงที่จะมีการแวะให้เราได้หยุดชมสถานที่สำคัญ ๆ ของเกาะช้างด้วยค่ะ เช่น อนุสรณ์สถานยุทธนาวีเกาะช้าง แวะถ่ายรูปที่จุดเช็คอินสุดแผ่นดินตะวันออก รวมทั้งแวะที่ประภาคาร และจุดชมวิวแหลมงอบ นอกจากนี้ยังมีการแวะสักการะศาลเจ้าพ่อเกาะช้างเพื่อความสิริมงคลอีกด้วย นั่งรถไปเกาะกูดก็จะคล้ายกับไปเกาะช้างเลยค่ะ จะมีการแวะให้ได้สักการะรูปปั้นกรมหลวงชุมพรฯที่ตำหนัก ณ บ้านแหลมศอก แวะนมัสการพระใหญ่ที่วัดอ่าวสลัดเกาะกูด ก่อนที่จะปิดท้ายที่พาไปชมน้ำตาคลองเจ้าและหาดคลองเจ้าอีกด้วย ข้อดีของการเลือกวิธีนี้คือราคาคุ้มค่ามากค่ะ เพราะนอกจากจะรวมค่ารถจากกรุงเทพฯไปเกาะช้างหรือเกาะกูดแล้วนั้น ก็ยังรวมการแวะชมสถานที่ท่องเที่ยวจุดสำคัญ ๆ ของเกาะอีกด้วย

สนใจจองบัตรรถบัสและเรือเฟอร์รี่ไปเกาะช้างหรือเกาะกูด

กลับสู่ด้านบน ↑

7 ชุดเช็คอินชิค ๆ ยามเมื่อมาเกาะช้าง

 

1. หาดทรายขาว

เรามาเริ่มกันที่หาดทรายขาวกันดีกว่าค่ะ หาดทรายขาวนั้นเป็นหาดที่ทอดตัวยาวถึง 6 กิโลเมตร เรียกว่าเป็นหาดหลักของเกาะช้างเลยทีเดียว ปกติจะมีนักท่องเที่ยวมานอนพักอาบแดดชิล ๆ หรือแวะมาเล่นน้ำทะเลกันที่หาดนี้ ด้วยชาดหาดที่ค่อนข้างยาวนั้นทำให้คนนิยมถ่ายรูปและเดินดูบรรยากาศของเกาะช้างรวมทั้งเดินไปชมเกาะช้างในมุมสูงบนจุดชมวิวหาดทรายขาวอีกด้วย

2. ป่าชายเลนสลักเพชร

เรามาดูอีกจุดที่ควรไปหากมาเกาะช้างกันบ้าง นั่นก็คือ ป่าชายเลนสลักเพชรนั้นเองค่ะ เรียกว่าเป็น Unseen ของเกาะช้างกันเลยทีเดียว โดยที่มีจุดถ่ายรูปเก๋ ๆ ให้พวกเราแวะเก็บภาพประทับใจ นั่นคือ ‘สะพานแดง’ เป็นสะพานสีแดงที่จะพาเราไปชมทัศนียภาพความสวยงามของป่าชายเลนบนเกาะช้าง และสะพานแห่งนี้นั้นจะไปจบที่ปากอ่าวที่เชื่อมกับทะเล เรียกว่าเป็นอีกจุดนึงที่ควรแวะไปชมค่ะ

3. หาดคลองพร้าว

เนื่องจากเกาะช้างนั้นเป็นเกาะที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ เราจะมาแนะนำอีกหนึ่งหาดที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวค่ะ นั่นคือ ‘หาดคลองพร้าว’ ซึ่งบรรยากาศเงียบสงบกว่าหาดทรายขาว บนชายหาดนั้นจะได้เห็นบรรดานักท่องเที่ยวมาเอนกายนอนพักผ่อนชิล ๆ ริมทะเล นอกจากนี้เรายังสามารถถ่ายรูปกับเหล่าต้นมะพร้าวที่เรียงรายกันตามแนวชายหาดได้อีกด้วย

4. อนุสรณ์ยุทธนาวีเกาะช้าง

แวะมาชม ‘อนุสรณ์ยุทธนาวีเกาะช้าง’ ที่เป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงข้อมูลประวัติการสู้รบระหว่างราชนาวีไทยกับกองทัพเรือฝรั่งเศสในสมัยกรณีพิพาทอินโดจีน โดยด้านในที่เป็นส่วนพิพิธภัณฑ์นั้นจะแสดงให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ของประเทศไทยในขณะนั้น รวมทั้งความกล้าหาญของเหล่าทหารผู้กล้า

5. หาดท่าน้ำ (Lonely Beach)

หาดท่าน้ำ มีอีกชื่อว่า โลนลี่บีช แค่ฟังชื่อหาดก็เหงาหงอยแล้วใช่มั้ยคะ? แต่ว่าอย่าไปกังวลค่ะ ถึงชื่อหาดจะฟังหงอยเหงาแต่บรรยากาศนี่สุดแสนจะโรแมนติกเลยล่ะค่ะ เพราะหาดนี้คนจะน้อยจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงชื่อโลนลี่บีช...หาดแสนเหงานั่นเอง ว่าแล้วก็อย่ารอช้าค่ะ บอกเลยว่าต้องไปแวะถ่ายรูปซะหน่อย! ถึงหาดจะโลนลี่ แต่ไม่ใช่พวกเราแน่นอนจ้า เพราะเราไปแบบแฮปปี้นั่นเอง!!

6. ประภาคาร อ่าวบางเบ้า

อีกหนึ่งแลนด์มาร์คถ่ายรูปเก๋ ๆ ที่เกาะช้างที่ไม่ควรพลาด นั่นก็คือ ‘ประภาคาร’ ที่ตั้งอยู่ปลายสะพานปูนบริเวณอ่าวบางเบ้านั่นเอง หากใครอยากได้รูปสวย ๆ แนะนำให้ลองแวะมาถ่ายรูปที่มุมนี้ด้วยนะคะ

7. เล่น Paddle board ชมพระอาทิตย์ตกกลางทะเล

กิจกรรมแนะนำอย่างสุดท้ายที่จะมาแนะนำวันนี้คือ อยากให้ลองไปเล่นบอร์ดยืน (Paddle board) พร้อมพายไปชมพระอาทิตย์ตกกลางทะเลค่ะ เป็นกิจกรรมใหม่เอี่ยมที่อยากแนะนำให้ไปลองเล่นกันค่ะ ไม่มีพื้นฐานการเล่นมาก่อนก็สามารถเล่นได้ เพราะก่อนจะพายจริงนั้นจะมีสต๊าฟมาสอนก่อนที่จะปล่อยเราไปลุยจริงนั่นเอง!  บอกเลยค่ะว่าบรรยากาศทะเลเกาะช้างยามเย็นนี่สวยอย่าบอกใครเลยล่ะค่ะ

กลับสู่ด้านบน ↑

จุดแลนด์มาร์คไว้อัพรูปที่เกาะกูด

 

1. อ่าวคลองเจ้า

มาดูหาดทรายสีขาวละเอียดของฝั่งเกาะกูดกันบ้าง เกาะกูดนั้นถึงแม้จะมีขนาดเล็กกว่าเกาะช้าง แต่ความสวยงามของธรรมชาติของเกาะกูดนั้นรับรองว่าไม่แพ้ที่อื่นแน่นอนค่ะ เริ่มกันที่ ‘อ่าวคลองเจ้า’ กันก่อน หาดที่อ่าวคลองเจ้านั้นเป็นหาดทรายสีขาวและมีสะพานไม้ยื่นออกไปทางทะเลให้เราได้พอถ่ายรูปสวย ๆ ได้ด้วย นอกจากนี้ยังมีทางเดินไปน้ำตกคลองเจ้า และหากยามค่ำคืนเราโชคดีพอ เราก็จะเห็นแสงไฟวิบวับจากน้องหิ่งห้อยจากป่าโกงกางได้อีกด้วย

2. อ่าวตะเภา

หาดทรายน้ำใสจนเห็นพื้นทรายด้านล่าง หาดบริเวณนี้นั้นเราสามารถลงไปเล่นทะเลหรือจะเดินไปถ่ายรูปก็ได้เช่นกันค่ะ บริเวณนี้เป็นจุดยอดนิยมสำหรับการดูพระอาทิตย์ตกยามเย็นริมทะเล บรรยากาศดีมาก ๆ สุดแสนจะโรแมนติก เพราะที่นี่คนจะน้อยกว่าฝั่งเกาะช้างค่ะ เหมาะสำหรับคนรักความสงบค่ะ

3. อ่าวพร้าว

อ่าวสุดท้ายที่จะมาแนะนำกันนั่นคือ ‘อ่าวพร้าว’ นั่นเองค่ะ อ่าวพร้าวนั้นเป็นอ่าวที่อยู่ทางใต้สุดของเกาะกูด ไฮไลท์ของอ่าวนี้นั่นก็คือต้นมะพร้าวที่ขึ้นกันเรียงรายนั่นเองค่ะ เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งหาดสำหรับถ่ายรูปสวย ๆ เพื่ออวดทุกคนให้รู้ว่าเรามาถึงทะเลเกาะกูดแล้วน้า! และเรายังสามารถพายเรือคายัคได้อีกด้วย นอกจากสามหาดที่แนะนำกันแล้ว เกาะกูดยังมีอีกมากมายหลาดหาดเลยค่ะ เช่น อ่าวจาก อ่าวยายเกิด อ่าวสลัด บอกเลยว่าเกาะกูดเล็กแต่แจ๋วนะคะ

 

เป็นไงกันบ้างคะ กับการไปเที่ยวทะเลตราด มาถึงจุดนี้แล้วคิดว่าหลาย ๆ คนคงอยากจะไปเกาะช้างกับเกาะกูดแล้วใช่มั้ยล่ะคะ ไม่ควรพลาดเลย ยิ่งถ้าหากใครมีเวลาในวันหยุดที่จำกัด หรือใครที่อยากไปเที่ยวทะเลแบบที่คนไม่เยอะเหมือนทะเลที่อื่น ๆ เช่น ภูเก็ต แล้วล่ะก็...แนะนำว่าเกาะช้างและเกาะกูดเองเป็นหนึ่งตัวเลือกที่ค่อนข้างตรงเลยค่ะ ความสวยงามของทะเลอ่าวไทยก็สวยไม่แพ้ทะเลฝั่งอันดามันแน่นอน

กลับสู่ด้านบน ↑

 

 บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง
ภาคกลาง   กรุงเทพฯ
ภาคเหนือ   เชียงใหม่
ภาคใต้   ภูเก็ต  พังงา  เกาะสมุย  ชุมพร  เกาะเต่า  เกาะพีพี
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ   เขาใหญ่
ภาคตะวันออก   พัทยา  เกาะช้าง/เกาะกูด
ภาคตะวันตก   หัวหิน/ชะอำ

 

Last updated 28 April 2021

Interesting Tickets

Starting at Baht Read More