Krabi Travel Guide 2021 - Ticket2Attraction

จุดเช็คอินน่าเที่ยวในกระบี่

กระบี่ เป็นอีกหนึ่งจังหวัดในภาคใต้ฝั่งทะเลอันดามันที่เป็นสถานที่ในฝันของใครหลายคน ความพิเศษของกระบี่ไม่ได้มีดีแค่ทะเล เพราะกระบี่มีทรัพยากรทางธรรมชาติหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น เกาะเล็กเกาะน้อยกว่า 130 เกาะ ภูเขา คลอง ป่าชายเลน หรือมรดกทางวัฒนธรรมอีกมากมาย กระบี่ห่างจากกรุงเทพฯประมาณ 814 กิโลเมตรและมีเนื้อที่กว่า 4,708 ตารางกิโลเมตร

ข้อมูลท่องเที่ยว

1. การเดินทางไปกระบี่
         1.1 เดินทางด้วยเครื่องบิน
         1.2 เดินทางด้วยรถบัส
         1.3 เดินทางเรือ
         1.4 เดินทางด้วยรถไฟ
2. สถานที่ท่องเที่ยวในกระบี่
         2.1 เกาะห้อง
         2.2 ท่าป้อม คลองสองน้ำ
         2.3 ทะเลหมอกดินแดงดอย
         2.4 สระมรกต
         2.5 วัดถ้ำเสือ
         2.6 เกาะลันตา         
         2.7 เกาะพีพี
         2.8 ทะเลแหวก
         2.9 ถ้ำพระนาง
         2.10 เขาหงอนนาค
         2.11 พายเรือคายัคอ่าวท่าเลน
         2.12 หนองทะเล

 

การเดินทางไปกระบี่

 

จังหวัดกระบี่เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากแวะเวียนไปใช้เวลาในวันหยุดกัน นอกจากจะมีสถานที่สวย ๆ ให้ได้ไปเยือนไปถ่ายภาพเก็บไว้สักครั้งในชีวิตแล้ว กระบี่ยังเป็นจังหวัดที่เดินทางได้ง่าย สะดวก และสามารถเดินทางได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางโดยเครื่องบิน เรือ ขับรถไปเอง หรือนั่งรถไฟชิล ๆ ไปก็ได้เช่นกัน 

✈️ เดินทางด้วยเครื่องบิน

การเดินทางมากระบี่ด้วยเครื่องบินเป็นตัวเลือกที่นักท่องเที่ยวจะนิยมใช้ หากเดินทางมาจากจังหวัดอื่น ๆ โดยเฉพาะจากกรุงเทพฯหรือเชียงใหม่ ทั้งสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง ต่างล้วนมีเที่ยวบินที่บินตรงจากกรุงเทพฯ มากระบี่ นอกจากนี้หากใครกังวลว่ามาถึงสนามบินกระบี่แล้ว จะหารถต่อเข้าที่พักลำบาก เนื่องจากสนามบินกระบี่ตั้งอยู่ในจุดที่ค่อนข้างเดินทางไปมาสะดวก มีรถโดยสารให้บริการ รวมทั้งสามารถเช่ารถเพื่อขับท่องเที่ยวในกระบี่เองหรือจะติดต่อรถแท็กซี่ให้ไปส่งที่ที่พักเลยก็ได้แล้วแต่เราจะเลือก ระยะเวลาในการบินตรงจากกรุงเทพฯมากระบี่ใช้เวลาประมาณ 1.30 ชั่วโมง

ออกจากกรุงเทพฯ: มีสายการบินที่เดินทางออกจากกรุงเทพฯหลากหลายสายการบินให้เราได้เลือก โดยมีทั้งจากสนามบินสุวรรณภูมิหรือสนามบินดอนเมือง

ท่าอากาศยานดอนเมือง
สายการบินที่ให้บริการ ได้แก่

ไทยไลอ้อนแอร์
- ไทยแอร์เอเชีย
- นกแอร์
ไทยเวียตเจ็ทแอร์

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
สายการบินที่ให้บริการ ได้แก่

- การบินไทย
- บางกอกแอร์เวย์
- ไทยสมายล์

🚌 เดินทางโดยรถบัส

ออกจากกรุงเทพฯ : รถโดยสารเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่อยากลองเปลี่ยนบรรยากาศจากการนั่งเครื่องบินมาเป็นการนั่งรถชมวิวข้างทางเรื่อย ๆ ชิล ๆ ซื้อตั๋วโดยสารได้ที่สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ (ถนนบรมราชินี) โดยมีหลากหลายราคาให้เราได้เลือกกัน ระยะเวลาจากกรุงเทพฯมากระบี่ใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมง ซึ่งจะมีการจอดแวะให้เราได้พักยืดเส้นยืดสายและรับประทานอาหารระหว่างทางที่จุดพักรถ โดยบริษัทที่ให้บริการเที่ยวรถบัสโดยสารไปกระบี่นั้นจะมี 2 บริษัท คือ

- บริษัทลิกไนท์ทัวร์
ติดต่อจองล่วงหน้าได้ที่เบอร์ โทร: 081-2559710, 081-2559712

- บริษัท 999 ขนส่ง
ติดต่อจองล่วงหน้าได้ที่เบอร์ โทร: 0-2269-6999

ออกจากภูเก็ต : จะเป็นรถมินิบัสโดยสารคอยบริการรับส่งจากภูเก็ตไปกระบี่ โดยจะเป็นรถที่วิ่งเส้นทางภูเก็ต-หาดใหญ่ (วาระรัศมี) จะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง วิธีนี้จะเหมาะสำหรับคนที่แวะมาเที่ยวภูเก็ตแล้วต้องการไปกระบี่ด้วย หากใครมีเวลาวันหยุดเยอะ ๆ ก็มักจะนั่งรถจากภูเก็ตเพื่อเข้ามาเที่ยวที่กระบี่ด้วยเช่นกัน สามารถอ่านรายละเอียด ราคา และตารางรถได้ด้านล่าง ที่สำคัญเราสามารถไปซื้อตั๋วโดยสารได้ที่สถานีขนส่งภูเก็ต 2 หรือสามารถโทรจองได้ที่เบอร์ด้านล่างได้เลย

- รถมินิบัสศรีตรังทัวร์
ติดต่อจองล่วงหน้าได้ที่เบอร์ โทร: 086-4768284

- รถมินิบัส ภูเก็ต - หาดใหญ่ (วาระรัศมี)
ติดต่อจองล่วงหน้าได้ที่เบอร์ โทร: 088-1694584, 091-1652425

🛳 เดินทางโดยเรือ

ออกจากภูเก็ต : อีกหนึ่งวิธีที่คนที่มาเที่ยวภูเก็ตแล้วต้องการไปเที่ยวกระบี่ต่อมักจะนิยมใช้บริการ คือ การนั่งเรือข้ามฟาก (เรือเฟอร์รี่) หรือเรือสปีดโบ๊ทจากท่าเรือที่ภูเก็ตไปกระบี่ โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 1-3 ชั่วโมง (แล้วแต่ประเภทของเรือ) จากภูเก็ตมีเรือให้บริการจากท่าเรือรัษฎา แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิดในตอนนี้ ทำให้เรือหลายบริษัทได้ปิดให้บริการเป็นการชั่วคราว หนึ่งในนั้นรวมเรือเฟอร์รี่ด้วย แต่ยังคงมีเรือสปีดโบ๊ทที่ยังเปิดให้บริการจากภูเก็ตไปกระบี่อยู่ สามารถอ่านรายละเอียดของเรือสปีดโบ๊ทด้านล่างได้เลย

บัตรเรือสปีดโบ๊ท จากภูเก็ตไปกระบี่ (แวะที่เกาะพีพี)

ออกจากเกาะพีพี: สำหรับคนที่พักค้างคืนที่เกาะพีพีและต้องการเดินทางไปท่องเที่ยวต่อที่กระบี่ สามารถนั่งเรือเฟอร์รี่ได้เช่นกัน โดยจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง ซื้อตั๋วโดยสารล่วงหน้าและออกไปรอเรือที่ท่าเรืออ่าวต้นไทรเกาะพีพี สามารถอ่านรายละเอียดราคา ตารางเรือและสามารถทำการจองได้ตามลิ้งก์ด้านล่างได้เลย

- บัตรเรือเฟอร์รี่จากเกาะพีพีไปกระบี่
- บัตรเรือสปีดโบ๊ท จากเกาะพีพีไปกระบี่

ออกจากเกาะเต่า เกาะพะงัน และเกาะสมุย: ใครที่พักผ่อนอยู่ที่ 3 เกาะฝั่งอ่าวไทย แล้วอยากเปลี่ยนบรรยากาศไปเที่ยวทะเลฝั่งอันดามันบ้าง ก็สามารถไปกระบี่ได้เช่นกัน แต่ต้องเปลี่ยนต่อเป็นการเดินทางด้วยรถจากจังหวัดสุราษฎ์ธานี โดยจะใช้เวลาเดินทางรวม ๆ ประมาณ 6 ชั่วโมง วิธีนี้แม้ว่าจะต้องเปลี่ยนยานพาหนะระหว่างการเดินทาง แต่ว่าการซื้อตั๋วโดยสารสามารถทำได้ครั้งเดียวจบเลยได้ทั้งตั๋วเรือและตั๋วรถ

การเลือกใช้บริการด้วยเรือเฟอร์รี่นั้นเป็นที่นิยมมากในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวไทยสายลุย ๆ เนื่องจากสามารถเที่ยวได้ทั้งทะเลอ่าวไทยและทะเลใต้ฝั่งอันดามันได้ในทริปเดียว นอกจากนี้ราคาตั๋วโดยสารมีราคาไม่แพงอีกด้วย แต่ก็มีข้อจำกัดคือ ใช้เวลาค่อนข้างนานและอาจจะไม่เหมาะสำหรับคนที่มาเที่ยวกับครอบครัวสักเท่าไหร่ หากใครกำลังมีแพลนเที่ยวยาว แล้วอยากเที่ยวทะเลใต้ทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน ครบจบในทริปเดียวก็สามารถเลือกวิธีเดินทางที่เหมาะกับตัวเราได้เลยนะ

🚆 เดินทางด้วยรถไฟ

ออกจากกรุงเทพฯ : กระบี่เป็นจังหวัดที่ไม่มีสถานีรถไฟ ดังนั้นหากใครจะเลือกเดินทางด้วยรถไฟ จำเป็นต้องมาลงที่สถานีรถไฟสุราษฎ์ธานีก่อน แล้วนั่งรถบัสหรือรถตู้โดยสารต่อไปยังกระบี่ได้ จะใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง เราสามารถซื้อตั๋วรถโดยสารท้องถิ่นจากสถานีรถไฟสุราษฎ์ธานี เพื่อนั่งต่อมาลงที่สถานีขนส่งสุราษฎ์ฯ แล้วนั่งรถตู้ (หรือรถบัสโดยสาร) ต่อไปยังกระบี่ได้เลย

 

12 กิจกรรมและจุดถ่ายรูปที่ห้ามพลาดของกระบี่

 

1. เดินเล่นชิล ๆ ที่เกาะห้อง

เกาะห้องหรืออีกชื่อหนึ่ง คือ เกาะเหลาบิเละ เกาะห้องนั้นเป็นเกาะที่เรียกว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะห้อง หมู่เกาะห้องนั้นประกอบไปด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยมากมาย เช่น เกาะห้อง เกาะเหลา (หรือเกาะซากา) เกาะเหลาเหรียม เกาะปากกะ เกาะเหลาลาดิง เป็นต้น เกาะห้องนั้นเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวของกระบี่ที่นักท่องเที่ยวมักจะมาเที่ยว เพราะเป็นเกาะที่เสมือนโดนน้ำทะเลสีครามโอบล้อม ชายหาดสีขาวนวลดุจแป้ง นอกจากนี้ชายหาดนั้นมีรูปร่างเว้าโค้งเปรียบเสมือนปีกนก หมู่เกาะอยู่ภายใต้การดูแลของอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี กิจกรรมที่เราสามารถทำได้ยามเมื่อไปเยือนเกาะห้อง เช่น นอนเล่นริมหาด เล่นน้ำทะเล เดินสำรวจเส้นทางธรรมชาติ และเดินไปถ่ายรูปบนจุดชมวิว 360 องศา หากใครชอบบรรยากาศล่องเรือหรู บรรยากาศชิล ๆ ล่องเรือไปเรื่อย ๆ ได้บรรยากาศลมทะเลพัดผ่านก็สามารถล่องเรือยอร์ชหรู หรือหากใครอยากได้บรรยากาศที่รวดเร็วถึงที่หมายทันใจก็สามารถไปกับเรือสปีดโบ๊ทก็ได้ เรียกว่าได้ประสบการณ์เที่ยวทะเลกระบี่ไปคนละแบบ

จองโปรแกรมเที่ยวเกาะห้อง แบบเรือยอร์ชสุดหรู

 

2. ชมความมหัศจรรย์ของท่าป้อม คลองสองน้ำ

ท่าป้อม คลองสองน้ำ ตั้งอยู่ในตำบลเขาคราม อำเภอเมือง ตลอดลำคลองนี้เต็มไปด้วยต้นโกงกางขึ้นสลับกับต้นชมพู่น้ำที่ต่างอวดโฉมความสวยงามของรากไม้ควบคู่ตัดกับสีน้ำใสแจ๋วของคลอง ความพิเศษของท่าป้อมคลองสองน้ำ นั้นคือ มีสภาพเป็นป่าพรุที่เป็นการมาเจอกันระหว่างน้ำจืดและน้ำทะเล จุดเด่นของที่นี่คือสีน้ำจะเปลี่ยนไปเป็นสีเขียวมรกตหากน้ำทะเลหนุนสูง จากปกติสีน้ำจะเป็นสีใส เราสามารถเดินทางตามทางเพื่อถ่ายรูปเก็บบรรยากาศของที่นี่ได้ตลอดตั้งแต่ต้นทางจนสุดทางเดินแบบไม่มีเบื่อ

 

3. ชมทะเลหมอกที่ดินแดงดอย

จุดชมวิวดินแดงดอย เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกที่สวยแห่งหนึ่งของกระบี่ ใครว่ามาทะเลใต้แล้วจะไม่สามารถดูทะเลหมอกได้ บอกเลยว่าไม่จริงพิสูจน์จากดินแดงดอยได้เลย รับรองว่าสวยสุด ๆ จุดชมวิวเดินขึ้นไปจากตีนเขาไม่ไกล ประมาณ 300 เมตร นอกจากนี้หากใครอยากมานอนค้างคืนเพื่อสัมผัสกับบรรยากาศทะเลหมอกยามเช้าแบบฟิน ๆ ก็สามารถติดต่อบังกะโลหรือจะเลือกนอนกางเต็นท์ได้เช่นกัน

 

4. ถ่ายรูปกับสระมรกต สัญลักษณ์ของกระบี่

สถานที่ชื่อดังของกระบี่และเป็นจุดท่องเที่ยวที่เป็น Unseen ของไทยอีกด้วย สระมรกตกำเนิดจากธารน้ำอุ่นที่มีอุณหภูมิ 30-50 องศาเซลเซียส มีสระน้ำร้อนสวย ๆ กลางป่า 3 สระด้วยกัน คือ สระแก้ว สระมรกต และสระน้ำผุด สีน้ำนั้นจะเปลี่ยนสีไปตามเวลาและแสงแดด เนื่องจากแบคทีเรียและสาหร่ายใต้น้ำในสระ นอกจากสระน้ำร้อนแล้ว ตลอดสองข้างทางยังมีสายน้ำไหลผ่านให้เราได้ลงเล่นน้ำได้อีกด้วย โดยสระมรกตจะมีความลึกประมาณ 1.5-2 เมตร เป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างประมาณ 25 เมตร ยาว 20 เมตร แล้วเรายังสามารถเดินส่องหาสัตว์ป่าหายากได้ในบริเวณสระมรกตแห่งนี้ได้อีกด้วย เช่น นกแต้วแร้วทองดำ นกกระเต็นสร้อยคำสีน้ำตาล นกเงือกดำ เป็นต้น

 

5. ตะลุยทำบุญและเดินขึ้นบันได 1,237 ขั้นที่วัดถ้ำเสือ

สถานที่ที่เราสามารถไหว้พระทำบุญ การพิชิตบันได 1,237 ขั้น เพื่อชมวิวของเมืองกระบี่และอ่าวนาง ต้องไม่พลาดแวะที่ ‘วัดถ้ำเสือ’ วัดถ้ำเสือนั้นห่างจากตัวเมืองกระบี่ประมาณ 5-6 กิโลเมตร ด้วยพื้นที่กว่า 200 ไร่ ในอดีตสันนิษฐานว่ามีเสืออาศัยบริเวณนี้เยอะ จึงเป็นที่มาของรูปปั้นเสือที่แทบจะมีทุกมุมในวัดนั่นเอง สภาพโดยทั่วไปของวัดถ้ำเสือนั้นจะมีลักษณะเป็นสวนป่า และมีโพรงถ้ำมากมาย เช่น ถ้ำคนธรรพ์ ถ้ำลอด ถ้ำช้างแก้ว ถ้ำลูกธนู ถ้ำพระ เป็นต้น นอกจากเดินสายทำบุญแล้ว เรายังสามารถถ่ายรูป ชมวิวเมืองกระบี่และอ่าวนางจากมุมสูงด้วยวิวแบบ 360 องศาได้อีกด้วย

 

6. พักผ่อนบนเกาะลันตา

 

เกาะลันตา เป็นเกาะที่มีชื่อเสียงของกระบี่ และมีขนาดใหญ่จนเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดกระบี่อีกด้วย โดยประกอบไปด้วย 2 เกาะขนาดใหญ่ คือ เกาะลันตาใหญ่และเกาะลันตาน้อย เกาะลันตาใหญ่เป็นศูนย์กลางการพัฒนา รวมทั้งเป็นที่ตั้งของสถานที่ราชการต่าง ๆ และมีชายหาดให้ได้เล่นน้ำทะเล นอนชิล ๆ ริมหาดมากมาย เช่น หาดคลองดาว หาดคลองแอะ แหลมโตนด เป็นต้น นอกจากนี้เรายังสามารถดำน้ำทั้งตื้นและลึกได้อีกด้วย จุดเด่นที่หากเราไปช่วงเดือน 6 และเดือน 11 บนเกาะลันตาจะมีพิธีของชาวเลที่ปัจจุบันค่อนข้างหาชมยาก ซึ่งหาชมได้แค่บางพื้นที่อย่างเกาะลันตา จ.กระบี่ เกาะสิเหร่ จ.ภูเก็ต และเกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล พิธีชาวเลนี้เราเรียกว่า ‘พิธีลอยเรือ’ เป็นพิธีกรรมที่สืบทอดกันมาช้านานจากบรรพบุรุษดั้งเดิมของชาวอูรักลาโว้ยที่อาศัยอยู่ในกระบี่และใกล้เคียง พิธีกรรมนี้เป็นการสะเดาะเคราะห์และส่งดวงวิญญาณของบรรพบุรุษตนกลับถิ่นฐานเดิมที่เรียกว่า ‘ฆูนุงฌึไร’ ที่เชื่อกันว่าอยู่ประเทศมาเลเซีย ในพิธีกรรมนี้นั่นชาวบ้านจะมีการร้องรำทำเพลงรองเง็ง เพื่อเป็นการบูชาบรรพบุรุษและเป็นการอวยพร ความโชคดีต่าง ๆ แก่ตนอีกด้วย

เนื่องจากเกาะลันตาเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่แยกออกมาจากตัวจังหวัดกระบี่ ดังนั้นหากเราต้องการแวะไปเที่ยวเกาะลันตาต่อ การเดินทางไปเกาะลันตาสามารถไปได้หลากหลายวิธีดังนี้

- แพขนานยนต์: แพข้ามฝาก เหมาะสำหรับคนที่ขับรถมาเอง
- เรือเฟอร์รี่
- รถตู้
- เรือสปีดโบ๊ท

 

7. ดำน้ำตื้นสำรวจหมู่เกาะพีพี ชื่อกระฉ่อนโลก

เกาะพีพีเป็นที่รู้จักสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลกจากความอุดมสมบูรณ์ของโลกใต้น้ำ แต่ในมุมของชาวต่างชาติแล้วยังมีอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกาะพีพีของประเทศไทยโด่งดังและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง นั่นก็มาจากหนังเรื่อง The Beach ที่ออกฉายในปี 2000 ที่นำแสดงโดยนักแสดงชื่อดังอย่างลีโอนาโด  ดิคาปริโอ หนังเรื่องนี้ได้มาถ่ายทำบริเวณอ่าวมาหยา ซึ่งเป็นจุดที่ต้องไปสำหรับทุกคนหากได้มาเยือนเกาะพีพี ไม่ไกลจากอ่าวมาหยาสักเท่าไหร่ เราก็จะได้พบกับอ่าวปิเละลากูนที่ได้รับฉายาว่าเป็นถึงเกาะสวรรค์กันเลยทีเดียว หากเรานั่งเรือเข้าไปนั้นเราจะเห็นแสงอาทิตย์ที่ส่องกระทบกับสีน้ำทะเลสีเขียวมรกต

เกาะพีพีนั้นสามารถนอนค้างคืนได้ด้วย! โดยเกาะที่เราจะสามารถขึ้นไปค้างคืนได้คือเกาะพีพีดอน เกาะพีพีดอนเต็มไปด้วยโรงแรม ร้านค้าเต็มไปหมด ที่พักมีตั้งแต่โฮสเทลไปจนถึงโรงแรมระดับ 5 ดาว กิจกรรมและจุดห้ามพลาดอย่างเด็ดขาดของหมู่เกาะพีพีื เช่น ว่ายน้ำดูความสวยงามของปิเล๊ะลากูน นอนเล่นชิล ๆ ที่หาดพีพีดอน เดินเล่นบนเกาะไผ่ และแวะดูถ้ำไวกิ้งที่เคยเป็นรังนกนางแอ่น แหล่งทำอาชีพหลักของชาวเรือในอดีต ส่วนมากนักท่องเที่ยวมักจะซื้อแพคเกจทัวร์สำหรับไปเกาะพีพี เนื่องจากราคาจะถูกและคุ้มค่ามากกว่าเช่าเรือไปกันเอง เพราะแพคเกจทัวร์นั้นจะมีไกด์และทีมเรือที่มากประสบการณ์และมีความเป็นมืออาชีพที่จะคอยดูแลและให้ความรู้ตลอดทั้งทริปตั้งแต่รับจากที่พักถึงกลับสู่ที่พัก นอกจากนี้เราเองก็จะไม่พลาดจุดต่าง ๆ ที่ต้องไปเยือนของหมู่เกาะพีพี อย่าง อ่าวมาหยาชื่อดังก้องโลก ปิเล๊ะลากูน เกาะพีพีดอน เกาะไผ่ ทุกสถานที่ล้วนแต่ยังคงความสวยงามของธรรมชาติของทะเลอันดามันไว้อย่างสมบูรณ์

หากสนใจเที่ยวเกาะพีพี สามารถคลิ๊กลิ้งค์เพื่อเช็ครายละเอียดและจองบัตรทัวร์เกาะพีพี แบบเช้าเย็นกลับจากกระบี่

 

8. ล่องเรือยอร์ชไปอ่าวไร่เลย์ เกาะปอดะ เกาะไก่ และทะเลแหวกสุด Unseen

สิ่งที่พลาดไม่ได้สำหรับใครมาเยือนกระบี่คือการไปเกาะเด็ดของกระบี่ทั้ง 4 เกาะ ได้แก่ เกาะปอดะ หาดไร่เลย์ เกาะไก่ และเกาะทับ เกาะหม้อ ซึ่งเกาะทับและเกาะหม้อนั้นเป็นจุด Unseen ขึ้นชื่อของกระบี่ที่หลายคนจะมาเยือน อ่าวไร่เลย์เป็นหาดทรายขาวละเอียดที่คนมักจะเข้าใจผิดว่าเป็นเกาะ แต่ความเป็นจริงแล้วอ่าวไร่เลย์อยู่ในแผ่นดินใหญ่แต่โดนภูเขาโอบล้อมทุกด้าน จึงทำให้การไปอ่าวไร่เลย์จำเป็นต้องนั่งเรือไป อ่าวไร่เลย์แบ่งออกเป็น 2 ด้านหลัก ๆ คือ หาดไร่เลย์ตะวันออก (หาดน้ำเมา) และหาดไร่เลย์ตะวันตก โดยมีโขดหินคั่นระหว่างหาดทั้งสอง นอกจากน้ำจะสวย สีจะใสแล้ว อ่าวไร่เลย์ยังขึ้นชื่อว่าเป็นจุดพระอาทิตย์ตกที่สวยแห่งหนึ่งของกระบี่อีกด้วย นอกจากนี้อ่าวไร่เลย์ยังเป็นที่นิยมสำหรับสายชอบผจญภัยที่มักจะมาปีนผาหินปูน หาดไร่เลย์เรียกว่าเป็นที่นิยมในการปีนผาสำหรับนักปีนผาทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่น เนื่องจากหากเราปีนขึ้นไปบริเวณถ้ำแล้วมองลงมานั้นก็จะเห็นวิวมุมสูงของหาดไร่เลย์นั่นเอง ต่อให้ไม่เคยมีประสบการณ์ในการปีนผามาก่อน ก็สามารถปีนได้เช่นกันเพราะจะมีคนคอยดูแลอย่างใกล้ชิด จากอ่าวไร่เลย์ไปไม่ไกลมากก็จะเป็นอีกหนึ่งสถานที่ยอดฮิตที่คนมักจะแวะเวียนไปถ่ายรูป นั่นคือ เกาะปอดะ ที่มีชายหาดล้อมรอบทั้งสามด้าน ยกเว้นทางด้านตะวันตกที่เป็นด้านที่รับคลื่น เกาะปอดะจะเหมะสำหรับการเล่นน้ำทะเลและชิล ๆ บนหาดมากกว่าการดำน้ำดูปะการัง ส่วนเกาะไก่จะเป็นจุดที่เราสามารถดำน้ำตื้นและถ่ายรูปกับมุมยอดฮิตที่ตรงชะง่อนผาจนเป็นที่มาของเกาะไก่ เพราะมีรูปร่างคล้ายส่วนหัวไก่ เกาะไก่เป็น 1 ใน 3 เกาะที่ก่อให้เกิดเป็นทะเลแหวก มุมถ่ายรูปสุด Unseen ของกระบี่ ทะเลแหวกของกระบี่นั้นเกิดจากกองสันทราย 3 แนวที่เกิดจากเกาะไก่ เกาะทับ และเกาะหม้อ โดยที่เรานั้นสามารถเดินจากเกาะไก่ข้ามไปยังเกาะทับได้เวลาน้ำลดอีกด้วย

ถ้าคุณสนใจสามารถกดลิ้งค์เพื่อดูรายละเอียดและจองโปรแกรมเรือยอร์ชเที่ยวเกาะ 4 เกาะ สุด Unseen

 

9. จุดถ่ายรูปหินย้อยระย้ากับถ้ำพระนาง

จุดถ่ายรูปสุดฮิตที่อยู่ไม่ไกลจากหาดไร่เลย์ คือ ถ้ำพระนาง จุดเด่นคือหากเดินเข้าไปจนสุด แล้วมองออกมาจะเห็นเป็นอ่าวไร่เลย์จากมุมสูง แถมยังสามารถเดินบนชายหาดที่ถูกล้อมรอบด้วยภูเขาหินปูน หาดไร่เลย์และหาดพระนางนั้นเหมาะสำหรับการทำกิจกรรมชายบาด เช่น เล่นน้ำทะเล อาบแดด ดูพระอาทิตย์ตก อาจจะไม่เหมาะสำหรับการดำน้ำดูปะการังสักเท่าไหร่ แต่บอกเลยว่าความสวยงามของทัศนียภาพนี่ไม่เป็นสองรองใครแน่นอน

 

10. เดินป่าพิชิตเขาหงอนนาค

เขาหงอนนาค เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่อยู่ในการดูแลของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะเกาะพีพี ระยะทางการเดินสำรวจเส้นทางธรรมชาติของเขาหงอนนาคนั้นมีระยะทางประมาณ 3.7 กิโลเมตร โดยจะมีจุดพักให้แวะถ่ายรูปตลอดเส้นทาง เช่น จุดชมวิวจุดแรกที่มีความสูงประมาณ 333 เมตรจากระดับน้ำทะเลโดยที่เราจะสามารถมองเห็นเกาะห้อง เกาะเหลากา เกาะนก เกาะยาวใหญ่และเกาะภูเก็ต โดยเขาหงอนนาคนั้นจะมีจุดให้ความรู้เรื่องธรรมชาติทั้งหมด 13 ฐาน เช่น ฐานหม้อข้าวหม้อแกงลิง ที่มีกอต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงอยู่เป็นจำนวนมาก เรียกว่าหากเราไปถึงจุดชมวิวสุดท้ายที่อยู่บนสุดของเขาหงอนนาคนี้ เราจะมองเห็นวิวกระบี่มุมสูง จุดถ่ายรูปยอดนิยม คือ ปลายหินที่ยื่นออกไปนั่นเอง

 

11. สำรวจลากูนธรรมชาติด้วยการพายคายัคที่อ่าวท่าเลน

มาพายคายัคกันต่อแบบยาว ๆ ที่อ่าวท่าเลน ด้วยเส้นทางการพายคายัคที่มีกัน 2 เส้นทาง ระยะทาง 4 และ 7 กิโลเมตร เรียกว่าพายไปเรื่อย ๆ ไม่เร่งรีบแบบไม่กลัวเมื่อย ตลอดข้างทางเราจะเห็นธรรมชาติอันสวยงามของอ่าวท่าเลน ที่เป็นทางป่าชายเลนและลากูนธรรมชาติ ลากูนนั้นเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่มีลักษณะเป็นเขาหินปูนล้อมรอบ มีทางเข้าและทางออกเพียงทางเดียว สามารถพายคายัคไปสำรวจ ‘แคนยอน’ ที่เป็นพื้นที่ที่มีลักษณะเป็นภูเขาหินปูนขนาบสองด้านและมีแม่น้ำไหลผ่านกลาง โดยเราสามารถเดินทางจากอ่าวนางไปท่าเรือท่าเลนประมาณ 40 นาที หากใครอยากสนุกกับกิจกรรมพายคายัคแบบเต็มอิ่มแบบนี้ แนะนำให้ซื้อเป็นแพคเกจทัวร์จะดีและสะดวกที่สุด เนื่องจากมีบริการรถรับส่ง ค่าเช่าเรือคายัคและไกด์ที่มีประสบการณ์ที่จะคอยดูแลเราตลอดทริปอีกด้วย

 

12. ชมพระอาทิตย์ตกที่หนองทะเล

หนองทะเล สถานที่สำหรับชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามไม่กี่จุดของกระบี่ โดยหนองทะเลหรืออีกชื่อหนึ่งคือ บึงหนองทะเล ที่เป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ที่มีเนื้อที่กว่า 100 ไร่ เป็นบึงน้ำที่มีภูเขาหินปูน โดยพระอาทิตย์จะขึ้นด้านหลังแนวเทือกเขา เมื่อแสงอาทิตย์พ้นแนวภูเขาก็จะเห็นเป็นแสงสีส้มค่อย ๆ สว่างแวบขึ้นพ้นสันเขา หนองทะเลเหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบในการถ่ายรูปธรรมชาติรวมทั้งวิถีชีวิตของชาวบ้าน ยิ่งหากใครมาเที่ยวช่วงเดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคมของทุกปี ก็จะมีโอกาสเจอดอกจิกสีแดงที่บานสะพรั่ง ถ่ายรูปสวยไปอีกแบบ ใครมาเที่ยวก็อย่าลืมเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกบรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้นที่เมืองกระบี่ ก็ไม่ควรพลาดหนองทะเลเลย

 

เป็นยังไงกันบ้าง ทั้ง 12 สถานที่ท่องเที่ยวของกระบี่ ทั้งทะเล ภูเขา แม่น้ำ เรียกว่ามีกันแบบครบ จบจังหวัดเดียวใช่มั้ย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมกระบี่จึงเป็นจังหวัดที่นักท่องเที่ยวแวะมาเยือนอย่างไม่ขาดสาย เพราะนอกจากทะเล เกาะต่างๆจะงดงามแล้วนั้น กระบี่ยังมีทรัพยากรทางธรรมชาติอื่นๆที่มีความสมบูรณ์และงดงามอีกด้วย เรียกว่ามาเที่ยวกระบี่ที่เที่ยว เที่ยวชนิดแบบที่ครบ จบจังหวัดเดียว

กลับสู่ด้านบน ↑

อัพเดทล่าสุด มิ.ย. 2564

ตั๋วที่น่าสนใจ