10 จุดแลนด์มาร์กที่คุณจะได้เห็นจากการล่องเรือเจ้าพระยา
25 มิ.ย. 20261950
Ticket2Attraction

หากกำลังสงสัยว่าล่องเรือเจ้าพระยาผ่านที่ไหนบ้าง Ticket2Attraction ได้นำ 10 จุดแลนด์มาร์กที่คุณจะได้เห็นจากเรือเจ้าพระยามาให้แล้ว เพราะการล่องเรือแม่น้ำเจ้าพระยาไม่ได้เป็นเพียงการชมวิวริมแม่น้ำเท่านั้น แต่ยังเป็นการเดินทางผ่านเรื่องราวสำคัญของกรุงเทพฯ ที่เรียงรายอยู่สองฝั่งน้ำ ตลอดเส้นทางคุณจะได้เห็นสถานที่ท่องเที่ยวริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งสะพานเก่าแก่ ป้อมปราการโบราณ วัดสำคัญริมแม่น้ำ พระราชวังอันงดงาม ไปจนถึงแลนด์มาร์กสมัยใหม่ที่สะท้อนภาพของกรุงเทพฯ ในยุคปัจจุบัน แต่ละจุดมีเสน่ห์แตกต่างกัน ทั้งความงดงามทางสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และบรรยากาศเมืองริมแม่น้ำที่มองเห็นได้ชัดเจนที่สุดจากการล่องเรือเจ้าพระยา
1. สะพานพระราม 8
สะพานพระรามแปด เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่โดดเด่นด้วยดีไซน์สะพานขึงแบบอสมมาตร ที่มีความยาวรวม 475 เมตร และมีเสาสะพานหลักเพียงเสาเดียวตั้งอยู่บนฝั่งธนบุรี ทำให้ตัวสะพานดูสง่างามและแตกต่างจากสะพานอื่น ๆ ในกรุงเทพฯ นอกจากนี้สะพานพระรามแปดยังได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นหนึ่งในสะพานแขวนอสมมาตรที่ยาวเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก โดยเคยได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับที่ 5 ของโลก จึงถือเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมที่สวยงามและน่าจดจำของกรุงเทพฯ

2. สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า
สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า หรือสะพานปิ่นเกล้า เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่เชื่อมพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ฝั่งพระนครกับฝั่งธนบุรี ถือเป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญอีกแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมต่อย่านเมืองเก่ากับฝั่งธนบุรี ชื่อของสะพานได้รับพระราชทานเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับพื้นที่ฝั่งพระนครบริเวณวังหน้าเดิม จึงทำให้สะพานแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสะพานสำหรับการเดินทาง แต่ยังเป็นแลนด์มาร์กริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่สะท้อนทั้งประวัติศาสตร์เมืองเก่าและการพัฒนาระบบคมนาคมของกรุงเทพฯ

3. พระบรมมหาราชวัง
พระบรมมหาราชวังเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของไทย สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2325 ในสมัยรัชกาลที่ 1 หลังการสถาปนากรุงเทพฯ ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต ด้านสถาปัตยกรรม โดดเด่นด้วยศิลปกรรมไทยอันวิจิตร เช่น หลังคาซ้อนชั้น ยอดปราสาท จิตรกรรมฝาผนัง และงานประดับกระจกสี รวมถึงการผสมผสานสถาปัตยกรรมไทยและตะวันตกอย่างลงตัว และเป็นทั้งศูนย์กลางพระราชประเพณีและแลนด์มาร์กทางวัฒนธรรมของกรุงรัตนโกสินทร์

4. วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร
วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร หรือวัดระฆัง เป็นวัดเก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี สร้างตั้งแต่สมัยอยุธยา และได้รับการบูรณะในสมัยกรุงธนบุรีและรัตนโกสินทร์ ก่อนจะได้ชื่อจากการขุดพบระฆังภายในวัด จึงเป็นวัดสำคัญที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม โดยจุดเด่นของวัดคือการสักการะสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี อดีตเจ้าอาวาสผู้เป็นที่เคารพ และมีชื่อเสียงจากพระสมเด็จวัดระฆัง ผู้คนนิยมมาขอพรเรื่องชื่อเสียง ความก้าวหน้า การเรียน การงาน และความเป็นสิริมงคล โดยเชื่อว่าเสียงระฆังสื่อถึงความโดดเด่นและการเป็นที่รู้จัก เหมาะกับผู้ที่ต้องการความสำเร็จและการเติบโตในชีวิต

5. วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร
วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เป็นวัดเก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี และเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของกรุงเทพฯ ที่โดดเด่นด้วยพระปรางค์องค์ใหญ่สูงสง่างาม ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบและเครื่องถ้วยสีสันสวยงามอย่างประณีต จนกลายเป็นภาพจำของวัดอรุณที่หลายคนอยากมาเห็นด้วยตา ภายในวัดมีทั้งพระอุโบสถ พระวิหาร รูปปั้นยักษ์วัดแจ้ง และมุมถ่ายรูปสวย ๆ มากมาย โดยเฉพาะบริเวณพระปรางค์และริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้วัดอรุณเป็นสถานที่ที่ผสมผสานทั้งความงดงามทางศิลปะ ประวัติศาสตร์ และเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ริมแม่น้ำได้อย่างลงตัว

6. สะพานพุทธยอดฟ้า
สะพานพระพุทธยอดฟ้า เป็นสะพานประวัติศาสตร์ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่เชื่อมระหว่างฝั่งพระนครกับฝั่งธนบุรี สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 7 เพื่อเป็นอนุสรณ์ในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 150 ปี และเป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญที่ช่วยเชื่อมสองฝั่งของกรุงเทพฯ เข้าด้วยกัน ตัวสะพานโดดเด่นด้วยโครงสร้างเหล็กสีเขียวสไตล์คลาสสิก ให้บรรยากาศเก่าแก่และมีเสน่ห์แตกต่างจากสะพานสมัยใหม่

7. วัดกัลยาณมิตร
วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงเก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี โดดเด่นด้วยบรรยากาศสงบและสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานกลิ่นอายไทย–จีนอย่างงดงาม ภายในวัดมีพระวิหารหลวงขนาดใหญ่ที่ประดิษฐานพระพุทธไตรรัตนนายก หรือที่ผู้คนเรียกกันว่า “หลวงพ่อโต” และชาวไทยเชื้อสายจีนรู้จักในชื่อ “ซำปอกง” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่ได้รับความเคารพศรัทธาอย่างมาก ผู้คนนิยมเดินทางมากราบไหว้ขอพรเรื่องความเป็นสิริมงคล การค้าขาย ความเจริญรุ่งเรือง การเดินทางปลอดภัย และการมีมิตรที่ดีตามความหมายของชื่อวัด “กัลยาณมิตร” นั่นเอง

8. ไอคอนสยาม
ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่โดดเด่นตั้งแต่สถาปัตยกรรมภายนอก ด้วยอาคารขนาดใหญ่ที่ออกแบบให้ผสมผสานความทันสมัยเข้ากับแรงบันดาลใจจากศิลปะและวัฒนธรรมไทย ตัวอาคารฝั่งริมน้ำโดดเด่นด้วยฟาซาดกระจกทรงพับพลิ้วที่ได้แรงบันดาลใจจากลวดลายของกระทงและความเคลื่อนไหวของสายน้ำ ทำให้เกิดมิติแสงสะท้อนที่สวยงามทั้งกลางวันและกลางคืน เมื่อมองจากฝั่งแม่น้ำจะเห็นเส้นสายของอาคารที่โค้งไหลไปกับวิวเจ้าพระยา พร้อมแสงไฟสีทองที่ช่วยขับให้ไอคอนสยามดูหรูหราและสง่างาม

9. สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หรือสะพานตากสิน เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่เชื่อมถนนสาทรกับถนนกรุงธนบุรี สร้างช่วงปี พ.ศ. 2522 และเปิดใช้ในปี พ.ศ. 2525 เนื่องในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี เป็นสะพานคอนกรีตอัดแรงแบบคู่ แยกทางวิ่งขาเข้าออก และมีพื้นที่กลางสำหรับรถไฟฟ้า BTS สายสีลมและสถานีสะพานตากสิน ทำให้เป็นทั้งเส้นทางคมนาคมสำคัญและแลนด์มาร์กริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่สะท้อนการพัฒนาเมือง

10. เอเชียทีค
เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เป็นแลนด์มาร์กริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ผสมผสานบรรยากาศของโกดังเก่าริมท่าเรือเข้ากับไลฟ์สไตล์มอลล์กลางแจ้งได้อย่างมีเสน่ห์ ไฮไลต์สำคัญคือ ชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ที่สามารถชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาและแสงไฟกรุงเทพฯ จากมุมสูงได้อย่างสวยงาม

ทั้ง 10 แลนด์มาร์กริมแม่น้ำเจ้าพระยาเหล่านี้ ทำให้การล่องเรือกลายเป็นประสบการณ์ที่ครบทั้งความสวยงามและความหมาย ไม่ว่าจะเป็นแสงไฟสะท้อนผิวน้ำ วิวพระปรางค์ริมแม่น้ำ เงาสะพานที่ทอดข้ามเจ้าพระยา หรืออาคารสมัยใหม่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมฝั่ง ทุกภาพที่เห็นระหว่างทางช่วยเล่าเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ได้อย่างลงตัว หากอยากสัมผัสเมืองหลวงในมุมที่ผ่อนคลาย สวยงาม และเต็มไปด้วยเรื่องราว การชมจุดแลนด์มาร์กริมแม่น้ำเจ้าพระยาระหว่างการล่องเรือเจ้าพระยาคือหนึ่งในประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด
